CHAKRABONGSE LETTERS

จดหมายของสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอฯ เจ้าฟ้าจักรพงษภูวนาท

 

[แนะนำเอกสาร] จดหมายของจักรพงษ์

11 September 2013 at 03:58

เมื่อแรกที่ผมพบ จดหมายของจักรพงษ์

 

Chakrabongse letters

http://www.thaimanuscripts.de/digithai/or15749.html

 

หลัง ที่เทียวท่องกระโดดไปมาใน hyperspace  ผมก็รีบคลิกเข้าไปด้วยใจหวังว่าจะพบกับเอกสารทั้งหมดได้โดยที่ไม่ต้องไปไกล ถึง The British Library 

 

และผมก็ไม่ผิดหวัง 

 

ผม ไม่ทราบดอกว่าเหตุใดหลานปู่ของจักรพงษ์, นริศรา จักรพงษ์, จึงยกจดหมายเหล่านี้ให้แก่ The British Library ไปเมื่อสิบกว่าปีมาแล้ว ผมไม่ทราบด้วยเช่นกันว่าคุณหญิงนริศราเธอรู้เห็นเพียงใดกับการที่จดหมายส่วน ตัวเหล่านี้ถูกทำสำเนาดิจิตอลและเผยแพร่ให้พลโลกได้ยล, อันเป็นวัตรปฏิบัติที่สวนทางกันโดยสิ้นเชิงกับที่เป็นอยู่กับหอสมุดแห่งสาร ขัณฑ์ประเทศที่คุณหญิงเธอพำนักอยู่  

 

ผมทราบแต่เพียงว่าผมสำเริงใจ คลิกคลิกและคลิกเข้าไปอ่านด้วยความอยากรู้อยากเห็นและความปรารถนาที่จะสอดส่องชีวิตของคนในประวัติศาสตร์

 

The British Library แนะนำเอกสารไว้ตอนหนึ่งว่า

 

จดหมาย (ของจักรพงษ์) นี้ยังเกี่ยวกับเหตุการณ์ทางการเมืองที่สำคัญในสยามและต่างประเทศ, ตลอดไปจนถึงชีวิตของราชวงศ์ไทยที่กำลังศึกษาในยุโรป, และความสัมพันธ์ระหว่างราชวงศ์ยุโรปกับราชวงศ์สยาม

 

แต่ หลายเรื่องที่ผมพบจากการคลิกแบบสุ่มๆ เป็นเรื่องการบ้าน เรื่องชีวิตของราชวงศ์ และความสัมพันธ์กันเองในหมู่ราชวงศ์สยาม จากปากคำของในหลวงรัชกาลที่ 5 ที่ 6 และเจ้าฟ้าจักรพงษ์

 

เช่น จดหมายฉบับหนึ่งที่รัชกาลที่ 5 มีไปถึงจักรพงษ์เมื่อ ร.ศ. 128 กล่าวถึง "กรมนริศ" ว่า

 

ข้อใหญ่ข้อสำคัญนั้นความคิดต่างกันคือ  
๑ กรมหลวงนริศเหนควรจะรักษาแบบโบราณในโลกให้ยั่งยืนไว้ บรรดาคำพูดซึ่งสาบสูญไปแล้ว ควรจะรื้อกลับขึ้นมาพูด อย่างเช่น "อะเคื้อ, อ้าย, ยี่ ยิ่งคนเข้าใจน้อยยิ่งเก๋ เพราะเราผู้พูดเปนคนรู้มาก จะได้หัวเราะถากถางได้ 
๒ การฝรั่งก็รู้ดีแต่ไม่พูด คมในฝัก ไว้เมื่อไรเสียท่วงเสียทีจึงค่อยพูด พูดทีก็ขยายขี้เท่อ เช่น ตัวยู อ่านว่า อู ฤๅว่า อัด ได้ทั้ง ๒ อย่าง ก็เก่งเต็มทีเสียแล้ว ถ้าว่าออกมาได้เช่นนี้สักเรื่องหนึ่งก็เม้มปากยื่นขยิบตากิ๊บๆๆ เหลือกไปเหลือกมากึ๊ อนิจา
....................
นี่จะถามว่าเขียนหนังสือนี้ไปจะให้ทำอไร ขอบอกว่าไม่ได้จะให้ทำอไร อัดใจก็เทเสียทีหนึ่งเปนการปรับทุกขเท่านั้น 

 

ภาพ 1: พระราชหัตถเลขาพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานไปยังสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ กรมขุนพิษณุโลกประชานารถ ลงวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 128
http://www.thaimanuscripts.de/digithai/G70012-93.jpg

ภาพ 1: พระราชหัตถเลขาพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานไปยังสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ กรมขุนพิษณุโลกประชานารถ ลงวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 128 http://www.thaimanuscripts.de/digithai/G70012-93.jpg


 

 

ควร บอกด้วยว่า หลายเรื่องไม่ใช่เรื่องใหม่ เช่นเรื่องความไม่ชอบใจที่ในหลวงรัชกาลที่ 6 มีให้แก่กรมพระดำรงฯ ซึ่งเห็นได้จากเอกสารที่ตีพิมพ์ออกมาก่อนหน้านี้หลายชิ้น ก็พบได้ในจดหมายที่รัชกาลที่ 6 มีถึงน้องชายท่าน

 

ในการศึกษาของพลเรือน ที่ได้เป็นมาแล้วในรัชกาลที่ ๕ ฃาดการสอนจรรยา ซึ่งเห็นกันไปว่าเป็นการ "อิน" เร่อร่า (คือถือเอาพระกระแสของทูลกระหม่อม ซึ่งพอพระไทยทรงล้อคน "อิน" นั้น ใช้เป็นอารมณ์โดยเฃ้าใจผิด) ทั้งนี้เริ่มมาตั้งแต่ยุคที่กรมพระดำรงเป็นอธิบดีกรมศึกษา คิดแต่จะให้คนมีวิชาความรู้โดยรวดเร็ว (มีแบบเรียนเร็วเป็นตัวอย่าง) และการนิยมในผู้มีวิชาอย่างเดียว ประพฤติตัวเหมือนหมาก็ได้นั้น เริ่มแต่ยุคนั้นมา


ภาพ 2: พระราชหัตถเลขาพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานไปยังสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ กรมหลวงพิษณุโลกประชานารถ ลงวันที่ 11 ธันวาคม 2457
http://www.thaimanuscripts.de/digithai/G70017-44.jpg

ภาพ 2: พระราชหัตถเลขาพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานไปยังสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ กรมหลวงพิษณุโลกประชานารถ ลงวันที่ 11 ธันวาคม 2457 http://www.thaimanuscripts.de/digithai/G70017-44.jpg


 

 

บาง เรื่องก็เป็นประโยชน์แก่การเทียบความกับเรื่องเดียวกันกับที่มีเล่าไว้ในที่ อื่น เช่น เรื่องส่งเจ้านายไปร่วมในงานราชาภิเษกของคิงยอร์ช (ที่ 5)  เรื่องนี้จักรพงษ์เขียนหว่านล้อมในหลวงรัชกาลที่ 5 ว่ามีเหตุ 3 ประการที่ควรส่งเขาไปร่วมงานราชาภิเษกแทนที่จะส่งสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธฯ หรือให้ "น้องชายแดง" กรมขุนสงขลานครินทร์ ซึ่งเวลานั้นกำลังศึกษาอยู่ในยุโรปไปร่วมงาน ว่า

 

พี่ จีระเห็นว่าน่าจะให้ทูลหม่อมโตเสด็จจะเปนพระเกียรติยศอย่างยิ่ง แต่ข้าพระพุทธเจ้ามานึกด้วยเกล้าฯ ว่าถ้าทูลหม่อมโตเสด็จก็จะต้องใช้พระราชทรัพย์หลวงตลอดทั้งผู้คนที่จะต้อง ตามเสด็จก็คงต้องมากแลเปนการใหญ่ๆ ตลอดทาง ส่วนเงินในพระคลังในขณะนี้ก็นับว่าติดขัดอยู่ ไม่สู้จะฟูมเฟือยนัก ยังจะต้องรับเจ้าฝรั่งเป็นการใหญ่ แล้วจะต้องใช้ในการเสด็จนั้น เกรงว่าจะเป็นการลำบากมาก จึงอยากจะใคร่ขอรับฉลองพระเดชพระคุณเอง..........

ความ รู้ที่ได้มาจากยุโรปแล้วนั้นยังขาดตกบกพร่องอยู่หลายอย่าง เพราะในเวลาที่เปนเด็กไปเรียนอยู่ในยุโรปนั้น เขาสอนอย่างไร ก็เรียนอย่างนั้น ไม่ทราบถึงวิธีการในเมืองไทยว่าทำมาแล้วเป็นอย่างไรบ้าง.....ตรงกับพระ ราชกระแสที่มีว่า คนไปยุโรปหนเดียวนั้นไม่พอเลย ต้อง ๒ หนจึงจะได้ ข้าพระพุทธเจ้าเห็นชอบตามพระราชกระแสเปนอย่างยิ่งแลรู้สึกในตนเอง มาก..........

อีกประการ ๑ ในขณะที่ข้าพระพุทธเจ้าจะทูลลาเอมเปรอมาจากรูเซียนั้นก็ได้ทรงเอาคำมั่นสัญญาว่า ให้ไปเฝ้าอีกจงได้..........

 

ภาพ 3: จดหมายสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนารถ กรมขุนพิษณุโลกประชานารถ กราบบังคมทูลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ลงวันที่ 8 กันยายน ร.ศ. 129 [พ.ศ.2453/ ค.ศ. 1910]
http://www.thaimanuscripts.de/digithai/G70012-22.jpg

ภาพ 3: จดหมายสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนารถ กรมขุนพิษณุโลกประชานารถ กราบบังคมทูลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ลงวันที่ 8 กันยายน ร.ศ. 129 [พ.ศ.2453/ ค.ศ. 1910] http://www.thaimanuscripts.de/digithai/G70012-22.jpg


 

 

ควรอ่านเรื่องนี้เทียบกับเรื่องเดียวกันซึ่งในหลวงรัชกาลที่ 6 เล่าไว้อย่างขัดเคืองใจน้อง "เล็ก" ของท่านไว้ใน ประวัติต้นรัชกาลที่ 6

 

อย่าง ไรก็ดี The British Library มีข้อผิดพลาดในการทำทะเบียนจดหมายฉบับนี้ โดยจัดให้จดหมายฉบับนี้อยู่ใน Or. 15749/11 (1908/09 A.D.) คือจดหมายที่เขียนขึ้นในช่วง ค.ศ. 1908 และ 1909 และให้เลขทะเบียนไว้ว่า Or. 15749/11.18 ซึ่งใน Handlist of manuscripts ให้รายละเอียดไว้ว่า 

 

11.18  Prince Chakrabongse to Rama V, dated 9[?] September 127 [1908], 2 ff., 22.1 x 14.4 cm
http://www.sealg.org/start.html

 

ขณะที่ข้อมูลซึ่งถูกคือ

 

จดหมาย สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนารถ กรมขุนพิษณุโลกประชานารถ กราบบังคมทูลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ลงวันที่ 8 กันยายน ร.ศ. 129 [พ.ศ.2453/ ค.ศ. 1910]

 

ทั้งนี้ มีเลขปีรัชกาลบนคำว่า "ร.ศ." ยืนยัน โดยเลขที่ปรากฏคือ "๔๓" ซึ่งเป็นปีสุดท้ายในรัชกาลที่ 5 อันตรงกัน พ.ศ.2453/ค.ศ. 1910 และวันที่คิงเอ็ดเวิร์ดที่ 6 ตายนั้นคือ 6 พฤษภาคม 1910 เจ้าชายแห่งเวลส์จึงต้องรับมงกุฎเป็นคิงยอร์ชที่ 5 หลังจากนั้น จักรพงษ์จึงจะขอไปงานราชาภิเษกของยอร์ชที่ 5 ตั้งแต่ 9 กันยายน 1908 ไม่ได้

 

ความผิดพลาดนี้ไม่ใช่เครื่องลดคุณค่าของเอกสารชุดนี้ลง เป็นแต่ยิ่งเป็นเครื่องเตือนใจให้ระวังในสิ่งที่อ่าน ไม่ว่าคนเขียนจะเป็นใคร

 

เท่าที่ความรู้ของผมจะอำนวย ผมไม่เคยเห็นงานที่ใช้เอกสารชุดนี้ในการศึกษามาก่อน

 

มีอีกหลายเรื่องใน จดหมายของจักรพงษ์ ที่รอคนมาแกะรอย 

 

ส่วนผมจะรออ่าน

 

---------------

 

ธิบดี บัวคำศรี

Montmartre hill, Paris

September 10, 2013

 

ประกาศเมื่อวันที่ : 2013-09-12 13:25:17